วันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

วันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

สารคดีท่องเที่ยวเกาะแสมสาร








ประโยชน์ของการทำโครงงาน

1. ได้ศึกษาสถานที่ท่องเที่ยวว่ามีประวัติความเป็นมาอย่างไร

2.ทำให้ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการทำงาน ประสานงาน 

3. ทำให้รู้จักการแก้ปัญหาต่าง ๆ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

4. ทำให้รู้วิธีการทำงานต่าง ๆ ของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ช่วยในการทำงาน

5.ทำให้เกิดการพัฒนาความคิด และรู้จักรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น





ตัวอย่างข้อสอบ O-net


http://www.niets.or.th/upload-files/uploadfile/5/8d5eb957b9390c513b4e073deb50027f.pdf

ตัวอย่างวิชาภาษาไทย พ.ศ.2553

ใชคําประพันธ์ ตอไปนี้ตอบคําถาม ข้อ ๑- ๕

 ก. โบราณวาเปนขาจอมกษัตริย์
 ข. ราชสวัสดิ์ตองเพียรเรียนรักษา
 ค. ทานกําหนดจดไวในตํารา
 ง. มีมาแตโบราณชานานครัน

๑. ขอใดมีเสียงสระประสม
     ๑. ขอ ก
     ๒. ขอ ข
     ๓. ขอ ค
     ๔. ขอ ง

๒. ขอใดมีคําที่ออกเสียงอักษรควบ
     ๑. ขอ ก
     ๒. ขอ ข
     ๓. ขอ ค
     ๔. ขอ ง

๓. ขอใดมีเสียงวรรณยุกต ครบ ๕ เสียง
     ๑. ขอ ก
     ๒. ขอ ข
     ๓. ขอ ค
     ๔. ขอ ง

๔. ขอใดมีอักษรต่ำนอยที่สุด (ไมนับอักษรที่ซ้ํากัน)
     ๑. ขอ ก
     ๒. ขอ ข
     ๓. ขอ ค
     ๔. ขอ ง


๕. ขอใดมีอักษรนํา
     ๑. ขอ ก และ ข
     ๒. ขอ ข และ ค
     ๓. ขอ ค และ ง
     ๔. ขอ ง และ ก




ตัวอย่างเว็บ O-net วิชาการงานอาชีพ+คอมพิวเตอร์



1.http://www.trueplookpanya.com/
http://www.trueplookpanya.com/examination/display/2027/print

2.https://krupaga.wordpress.com
https://krupaga.wordpress.com/2013/01/11/%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%9A-o-net-%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%9E/




วันจันทร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2558

ผลกระทบของการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศด้านลบ(Impact of Information Technology on the negative side )




ปอท.โชว์จับแก๊งแฮกเกอร์ เจาะบัญชีธนาคารออนไลน์ | เดลินิวส์






       
         "ปอท." รวบ 3 สมาชิกแก๊งแฮ็กเกอร์ ลอบฝังตัวในพื้นที่นยะลา เจาะข้อมูลบัญชีธนาคาร เหยื่อผ่านอินเทอร์เน็ต ก่อนโอนเงินออกจากบัญชี เชื่อก่อเหตุมากกว่า 10 ราย มูลค่าหลักล้าน วันพุธที่ 29 กรกฎาคม 2558 เวลา 18:50 น. 

          เมื่อวันที่ 29 ก.ค. พล.ต.ต. ศิริพงษ์ ติมุลา ผกก.ปอท. พ.ต.อ สมพร แดงดี รอง ผกก.ปอท. และ พ.ต.อ.ยศวีร์ พรพีพาน ผกก 1.บก.ปอท. แถลงจับกุมนายธงชัย แก้วศรีพุฒ อายุ 27 ปี น.ส.กรณ์ณัฐศา อภิธนาพิพัฒน์ อายุ 28 ปี นายครรชิต เอี่ยวกุล อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1667, 1668 และ 1669/2558 ลงวันที่ 24 ก.ค.58 ในข้อหา "ลักทรัพย์โดยร่วมกันกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป และร่วมกันเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ ที่มีมาตราป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรานั้นมิได้มีไว้สำหรับตนและนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น หรือประชาชน" พร้อมของกลาง โน้ตบุ๊ค บัตรเอทีเอ็ม สมุดธนาคาร โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง และเครื่องคอมพิวเตอร์

          พล.ต.ต. ศิริพงศ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา น.ส.ผกามาส บุศยบุตร ผู้เสียหาย ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ กับ ปอท. กรณีเมื่อวันที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมา มีคนร้ายเข้าทำรายการโอนเงินออกจากบัญชี ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตแบงค์กิ้ง จำนวน 163,500 บาท และเลขหมายโทรศัพท์ของตนเองใช้งานไม่ได้ ทางกก 1.บก.ปอท. จึงสืบสวนหาข้อมูลและออกหมายจับคนร้าย 3 คน โดยสืบทราบว่า ผู้ต้องหาทั้งหมดกระทำความผิดในจังหวัดยะลา จึงประสานแจ้งข้อมูลกับ เจ้าหน้าที่กก.1 บก.ปอท. สภ.เมืองยะลา บก.สส.ภ.จว.ยะลา กระทั่งเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 28 ก.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กก.1 บก.ปอท.จึงเข้าจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 รายได้ในพื้นที่อ.เมืองยะลา จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหาไปค้นบ้านพักของผู้ต้องหาซึ่งเป็นสถานที่ในการทำความผิด พบหลักฐานหลายรายการ คือโทรศัพท์ที่คนร้ายใช้ในการรับรหัสผ่านใช้ครั้งเดียวซึ่งใช้กับบัญชีผู้เสียหายและคอมพิวเตอร์ซึ่งใช้กระทำความผิด ผกก.ปอท. กล่าวต่อว่า เชื่อว่าคนร้ายทั้ง 3 ได้กระทำความผิดมากกว่า 10 บัญชี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายหลักล้าน จึงอยากฝากเตือนประชาชนที่ต้องใช้อินเทอร์เน็ตเป็นประจำ ให้ระมัดระวังไวรัสหรือมัลแวร์ต่างๆ ไม่ควรโหลดโปรแกรมหรือไฟล์แนบจากอีเมล์และเว็บไซต์ของผู้ที่ไม่รู้จักมาก่อน เพราะไฟล์เหล่านี้ อาจจะมีไวรัสหรือมัลแวร์ติดมาด้วย

              ในส่วนของธนาคารอยากให้มีการปรับปรุงตรวจสอบให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น สำหรับนายครรชิต หนึ่งในผู้ต้องหา ให้การสารภาพว่า ตนและพวกได้กระทำความผิดในลักษณะนี้มาประมาณ 1 เดือนแล้วและทำมาหลายธนาคาร โดยใช้มัลแวร์ หรือไวรัสโทรจันในการเจาะระบบข้อมูลในการขโมยข้อมูลจากเครื่องผู้เสียหายและปลอมบัตรประชาชนผู้เสียหายเพื่อไปเปิดซิมการ์ดใหม่สำหรับรับรหัสผ่านในการโอนเงินผ่านเข้าบัญชีของตนเองและพวกส่วนเงินที่ได้มานั้นนำมาใช้ทั่วไป.“
อ่านต่อที่ : http://www.dailynews.co.th/crime/338253

วันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ตัวอย่างโครงงานคอมพิวเตอร์จาก www.vcharkarn.com/




ชื่อเว็บ   :   http://www.vcharkarn.com/project/666

ชื่อโครงงาน   :  มวยไทย ไกลก้องโลก

สาระสำคัญโดยย่อ   :   ทางผู้จัดทำได้คิดที่จะเผยแพร่ศิลปะมวยไทยออกมาในรูปแบบของเกม "มวยไทยไกลก้องโลกป็นเกมที่เหมาะกับผู้เล่นทุกวัย เพราะเนื้อเรื่องนี้มีการดำเนินเกมแบบหลายรูปแบบ ทั้งแบบเล่นภารกิจ หรือ เล่นแบบทั่ว ๆ ไป โดยการดำเนินเกมนั้น จะมีตัวละครให้เลือกเพื่อที่จะเข้าเล่นเกม ซึ่งตัวละครในแต่ละตัวจะไม่ซ้ำกัน และ ตัวละครแต่ละตัวจะมีความสามารถในการออกท่าในการใช้แม่ไม้มวยไทยที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งในขณะที่เล่นนั้น ตัวละครของเราจะต้องขึ้นสังเวียนหรือออกล่าเหล่ามอสเตอร์อันธพาลเพื่อเก็บค่าประสบการณ์ เมื่อค่าประสบการณ์มากขึ้นจะสามารถเพิ่มความสามารถแก่ตัวละครของเราในด้านต่าง

วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ตัวอย่างโครงงานคอมพิวเตอร์



บุ๊คไซด์วัลเล่ย์รีสอร์ท


http://brooksidevalleyproject.blogspot.com/


ถนนยมจินดา
http://yomjinda-avenue.blogspot.com/



วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ขั้นตอนการจัดทำโครงงานคอมพิวเตอร์





"ขั้นตอนการจัดทำโครงานคอมพิวเตอร์ มีทั้งหมด 6 ขั้นตอน"



1. คัดเลือกหัวข้อโครงงานที่สนใจ 


          โดยทั่วไปเรื่องที่จะนำมาพัฒนาเป็นโครงงานคอมพิวเตอร์ มักจะได้มาจากปัญหา คำถาม หรือความสนใจในเรื่องต่างๆ จากการสังเกตสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบคอมพิวเตอร์ หรือสิ่งต่างๆ รอบตัว ปัญหาที่จะนำมาพัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์ได้จากแหล่งต่างๆ กัน ดังนี้

1. การอ่านค้นคว้าจากหนังสือ เอกสาร หนังสือพิมพ์ หรือวารสารต่างๆ 

2. การไปเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ
3. การฟังบรรยายทางวิชาการ รายการวิทยุและโทรทัศน์ รวมทั้งการสนทนาอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างเพื่อนนักเรียนหรือกับบุคคลอื่นๆ 
4. กิจกรรมการเรียนการสอนในโรงเรียน 

5. งานอดิเรกของนักเรียน 

6. การเข้าชมงานนิทรรศการหรืองานประกวดโครงงานคอมพิวเตอร์


ในการตัดสินใจเลือกหัวข้อที่จะนำมาพัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์ ควรพิจารณาองค์ประกอบสำคัญ ดังนี้

1. ต้องมีความรู้และทักษะพื้นฐานอย่างเพียงพอในหัวข้อเรื่องที่จะศึกษา 

2. สามารถจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ และวัสดุอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องได้ 
3. มีแหล่งความรู้เพียงพอที่จะค้นคว้าหรือขอคำปรึกษา 
4. มีเวลาเพียงพอ 
5. มีงบประมาณเพียงพอ 
6. มีความปลอดภัย 





2. ศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูล 

          การศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูล ซึ่งรวมถึงการขอคำปรึกษาจากผู้ทรงคุณวุฒิ จะช่วยให้นักเรียนได้แนวคิดที่ใช้ในการกำหนดขอบเขตของเรื่องที่จะศึกษาได้เฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น รวมทั้งได้ความรู้เพิ่มเติมในเรื่องที่จะศึกษาจนสามารถใช้ออกแบบและวางแผนดำเนินการทำโครงงานนั้นได้อย่างเหมาะสม ในการศึกษาจะต้องได้คำตอบว่า

1. จะทำ อะไร 

2. ทำไมต้องทำ 
3. ต้องการให้เกิดอะไร 
4. ทำอย่างไร 
5. ใช้ทรัพยากรอะไร 
6. ทำกับใคร 
7. เสนอผลอย่างไร 



3. องค์ประกอบของเค้าโครงของโครงงาน 

รายงานรายละเอียดที่ต้องระบุ
ชื่อโครงงานทำอะไร กับใคร เพื่ออะไร
ประเภทโครงงานวิเคราะห์จากลักษณะของประโยชน์หรือผลงานที่ได้
ชื่อผู้จัดทำโครงงานผู้รับผิดชอบโครงงาน อาจเป็นรายบุคคล หรือรายกลุ่มก็ได้
ครูที่ปรึกษาโครงงานครู-อาจารย์ผู้ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา และควบคุมการทำโครงงานของนักเรียน
ครูที่ปรึกษาร่วมครู-อาจารย์ผู้ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาร่วม ให้คำแนะนำในการทำโครงงานของนัีกเรียน
ระยะเวลาดำเนินงานระยะเวลาการดำเนินงานโครงงาน ตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุด กำหนดเป็นวัน หรือ เดือนก็ได้
แนวคิด ที่มา และความสำคัญสภาพปัจจุบันที่เป็นความต้องการและความคาดหวังที่จะเกิดผล
วัตถุประสงค์สิ่งที่ต้องการให้เกิดขึ้นเมื่อสิ้นสุดโครงงานทั้งในเชิงกระบวนการ และผลผลิต
หลักการและทฤษฎี  หลักการและทฤษฎีที่นำมาใช้ในการพัฒนาโครงงาน
วิธีดำเนินงาน กิจกรรมหรือขั้นตอนการดำเนินงาน เครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์ งบประมาณ และผู้ัรับผิดชอบ
ขั้นตอนการปฏิบัติ  วัน เวลา และกิจกรรมดำเนินการต่างๆ ตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุด
ผลที่คาดว่าจะได้รับ สภาพของผลที่ต้องการให้เกิด ทั้งที่เป็นผลผลิต กระบวนการ และผลกระทบ
เอกสารอ้างอิงสื่อเอกสาร ข้อมูลที่ได้จากแหล่งต่างๆ ที่นำมาใช้ในการดำเนินงาน





 4. การลงมือทำโครงงาน 

          เมื่อเค้าโครงของโครงงานได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษาแล้ว ก็เสมือนว่าการจัดทำโครงงานได้ผ่านพ้นไปแล้วมากกว่าครึ่ง ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการลงมือพัฒนาตามขั้นตอนที่วางแผนไว้ ดังนี้


     4.1 การเตรียมการ 

          การเตรียมการ ต้องเตรียมเครื่องคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ และวัสดุอื่นๆ ที่จะใช้ในการพัฒนาให้พร้อมด้วย และควรเตรียมสมุดบันทึกหรือบันทึกเป็นแฟ้มข้อความไว้ในระบบคอมพิวเตอร์ สำหรับบันทึกการทำกิจกรรมต่างๆ ระหว่างทำโครงงาน ได้แก่ ได้ปฏิบัติอย่างไร ได้ผลอย่างไร มีปัญหาและแก้ไขได้หรือไม่อย่างไร รวมทั้งข้อสังเกตต่างๆ ที่พบ

    
     4.2 การลงมือพัฒนา 

          1. ปฏิบัติตามแผนงานที่วางไว้ในเค้าโครง แต่อาจเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมได้ถ้าพบว่าจะช่วยทำให้ผลงานดีขึ้น 
          2. จัดระบบการทำงานโดยทำส่วนที่เป็นหลักสำคัญๆ ให้แล้วเสร็จก่อน จึงค่่อยทำ ส่วนที่เป็นส่วนประกอบหรือส่วนเสริมเพื่อให้โครงงานมีความสมบูรณ์มากขึ้น และถ้ามีการแบ่งงานกันทำ ให้ตกลงรายละเอียดในการต่อเชื่อมชิ้นงานที่ชัดเจนด้วย 
          3. พัฒนาระบบงานด้วยความละเอียดรอบคอบ และบันทึกข้อมูลไว้อย่างเป็นระบบและครบถ้วน 

    
      4.3 การทดสอบผลงานและแก้ไข 

          การตรวจสอบความถูกต้องของผลงาน เป็นความจำเป็นเพื่อให้แน่ใจว่าผลงานที่พัฒนาขึ้นทำงานได้ถูกต้องตรงกับความต้องการ ที่ระบุไว้ในเป้าหมายและทำด้วยประสิทธิภาพสูงด้วย 

     
      4.4 การอภิปรายและข้อเสนอแนะ 

          เมื่อพัฒนาผลงานเรียบร้อยแล้ว ให้จัดทำสรุปด้วยข้อความที่สั้นกะทัดรัดอย่างครอบคลุม เพื่อช่วยให้ผู้อ่านได้เข้าใจถึงสิ่งที่ค้นพบจากการทำโครงงาน และทำการอภิปรายผลด้วย เพื่อพิจารณาข้อมูลและผลที่ได้ พร้อมกับนำ ไปหาความสัมพันธ์กับหลักการ ทฤษฎี หรือผลงานที่ผู้อื่นได้ศึกษาไว้แล้ว ทั้งนี้ยังรวมถึงการนำหลักการ ทฤษฎี หรือผลงานของผู้อื่นมาใช้ประกอบการอภิปรายผลที่ได้ด้วย

     
     4.5 แนวทางการพัฒนาโครงงานในอนาคตและข้อเสนอแนะ 

          เมื่อทำโครงงานเสร็จสิ้นลงแล้ว นักเรียนอาจพบข้อสังเกต ประเด็นที่สำคัญ หรือปัญหา ซึ่งสามารถเขียนเป็นข้อเสนอแนะและสิ่งที่ควรจะศึกษาและหรือใช้ประโยชน์ต่อไปได้  



5. การเขียนรายงาน 


          การเขียนรายงานเป็นวิธีการสื่อความหมายเพื่อให้ผู้อื่นได้เข้าใจแนวคิด วิธีดำเนินการศึกษาค้นคว้า ข้อมูลที่ได้ ตลอดจนข้อสรุปและข้อเสนอแนะต่างๆ เกี่ยวกับโครงงานนั้น ในการเขียนรายงานนักเรียนควรใช้ภาษาที่อ่านง่าย ชัดเจน กระชับ และตรงไปตรงมา ให้ครอบคลุมหัวข้อต่างๆเหล่านี้


     5.1 ส่วนนำ 

          ส่วนนำ เป็นการให้ข้อมูลเกี่ยวกับโครงงานนั้นซึ่งประกอบด้วย 
          1. ชื่อโครงงาน 
          2. ชื่อผู้ทำโครงงาน 
          3. ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา 
          4. คำขอบคุณ เป็นคำกล่าวขอบคุณบุคคลหรือหน่วยงาน ที่มีส่วนช่วยทำให้โครงงานสำเร็จ 
          5. บทคัดย่อ อธิบายถึงที่มา ความสำคัญ วัตถุประสงค์ วิธีดำเนินการ และผลที่ได้โดยย่



     5.2 บทนำ 

          บทนำเป็นส่วนรายละเอียดของเนื้อหาของโครงงานซึ่งประกอบด้วย 
          1. ที่มาและความสำคัญของโครงงาน 
          2. เป้าหมายของการศึกษาค้นคว้า 
          3. ขอบเขตของโครงงาน


     5.3 หลักการและทฤษฎี 

          หลักการและทฤษฎี เป็นส่วนสรุปข้อมูลที่ได้จากการศึกษาหาข้อมูลหรือหลักการ ทฤษฎี หรือวิธีการที่จะนำมาใช้ในการพัฒนาโครงงาน ซึ่งรวมถึงการระบุผลงานของผู้อื่นที่นักเรียนนำมาเปรียบเทียบหรือพัฒนาเพิ่มเติมด้วย

     5.4 วิธีดำเนินการ 

          วิธีดำเนินการ อธิบายขั้นตอนการดำเนินงานโดยละเอียด พร้อมทั้งระบุปัญหาหรืออุปสรรคที่พบพร้อมทั้งวิธีการที่ใช้แก้ไข พร้อมทั้งระบุวัสดุอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการทำงาน
  

     5.5 ผลการศึกษา 

          ผลการศึกษา นำเสนอข้อมูลหรือระบบที่พัฒนาได้ โดยอาจแสดงเป็นตาราง หรือ กราฟ หรือข้อความ ทั้งนี้ให้คำนึงถึงความเข้าใจของผู้อ่านเป็นหลัก
  

     5.6 สรุปผลและข้อเสนอแนะ 

          สรุปผลและข้อเสนอแนะ อธิบายผลสรุปที่ได้จากการทำ งาน ถ้ามีการตั้งสมมติฐานควรระบุด้วยว่าข้อมูลที่ได้สนับสนุนหรือคัดค้านสมมติฐานที่ตั้งไว้หรือยังสรุปไม่ได้ นอกจากนั้นยังควรกล่าวถึงการนำ ผลการทดลองหรือพัฒนาไปใช้ประโยชน์ อุปสรรคของการทำโครงงาน หรือข้อสังเกตที่สำคัญ หรือข้อผิดพลาดบางประการที่เกิดขึ้นจากการทำ โครงงานนี้ รวมทั้งข้อเสนอแนะเพื่อการปรับปรุงแก้ไขหากจะมีผู้ศึกษาค้นคว้าในเรื่องทำนองนี้ต่อไปในอนาคตด้วย
  

     5.7 ประโยชน์ 

          ประโยชน์ที่ได้รับจากโครงงาน ระบุประโยชน์ที่นักเรียนได้รับจากการพัฒนาโครงงานนั้น และประโยชน์ที่ผู้ใช้จะได้รับจากการนำผลงานของโครงงานไปใช้ด้วย
  

     5.8 บรรณานุกรม 

          บรรณานุกรม รวบรวมรายชื่อหนังสือ วารสาร เอกสาร หรือเว็บไซด์ต่างๆ ที่ผู้ทำ โครงงานใช้ค้นคว้า หรืออ่านเพื่อศึกษาข้อมูลและรายละเอียดต่างๆ ที่นำมาใช้ประโยชน์ในการทำ โครงงานนี้การเขียนเอกสารบรรณานุกรมต้องให้ถูกต้องตามหลักการเขียนด้วย
  

     5.9 การจัดทำคู่มือการใช้งาน 

          หาโครงงานที่นักเรียนจัดทำ เป็นการพัฒนาระบบใหม่ขึ้นมา ให้นักเรียนจัดทำคู่มืออธิบายวิธีการใช้ผลงานนั้นโดยละเอียด ซึ่งประกอบด้วย
          1. ชื่อผลงาน 
          2. ความต้องการของระบบคอมพิวเตอร์ ระบุรายละเอียดของคอมพิวเตอร์ที่ต้องมีเพื่อจะใช้ผลงานนั้นได้ 
          3. ความต้องการของซอฟต์แวร์ ระบุรายชื่อซอฟต์แวร์ที่ต้องมีอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อจะให้ผลงานนั้นทำงานได้อย่างสมบูรณ์ 
          4. คุณลักษณะของผลงาน อธิบายว่าผลงานนั้นทำ หน้าที่อะไรบ้าง รับอะไรเป็นข้อมูลขาเข้าและส่วนอะไรออกมาเป็นข้อมูลขาออก 
          5. วิธีการใช้งานของแต่ละฟังก์ชัน อธิบายว่าจะต้องกดคำสั่งใด หรือกดปุ่มใด เพื่อให้ผลงานทำงานในฟังก์ชันหนึ่งๆ

   

6. การนำเสนอและแสดงโครงงาน 


          การนำเสนอและการแสดงผลงานเป็นขั้นตอนที่สำคัญอีกขั้นตอนหนึ่งของการทำโครงงาน เพื่อแสดงออกถึงผลิตผลความคิด ความพยายามในการทำงานที่ผู้ทำโครงงานได้ทุ่มเท และเป็นวิธีทำให้ผู้อื่นได้รับรู้และเข้าใจถึงผลงานนั้น การเสนอผลงานอาจทำได้ในหลายรูปแบบต่างๆ กัน เช่น การแสดงผลงานโดยไม่มีการอธิบายประกอบการรายงานด้วยคำพูดในที่ประชุม การจัดนิทรรศการโดยโปสเตอร์และอธิบายด้วยคำพูด เป็นต้น โดยผลงานที่นำมาเสนอหรือจัดแสดงควรประกอบด้วยสิ่งต่อไปนี้ 

          1. ชื่อโครงงาน 
          2. ชื่อผู้จัดทำโครงงาน 
          3. ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา 
          4. คำอธิบายถึงที่มาและความสำคัญของโครงงาน 
          5. วิธีการดำเนินการที่สำคัญ 
          6. การสาธิตผลงาน
          7. ผลการสังเกตและข้อสรุปสำคัญที่ได้จากการทำโครงงาน













วันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ประเภทของสื่อการเรียนรู้(จำแนกออกตามลักษณะ)




สื่อการเรียนรู้สามารถจำแนกออกตามลักษณะได้เป็น 3 ประเภท คือ




1. สื่อสิ่งพิมพ์ 





หมายถึง หนังสือและเอกสารสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ที่แสดงหรือเรียบเรียงสาระความรู้ต่าง ๆ โดยใช้ตัวหนังสือที่เป็นตัวเขียน หรือตัวพิมพ์เป็นสื่อในการแสดงความหมาย สื่อสิ่งพิมพ์มีหลายชนิด ได้แก่ เอกสาร หนังสือเรียน หนังสือพิมพ์ นิตยสาร วารสาร บันทึก รายงาน ฯลฯ







2. สื่อเทคโนโลยี 






หมายถึง สื่อการเรียนรู้ที่ผลิตขึ้นใช้ควบคู่กับเครื่องมือโสตทัศนวัสดุ หรือเครื่องมือที่เป็น เทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น แถบบันทึกภาพพร้อมเสียง (วิดีทัศน์) แถบบันทึกเสียง ภาพนิ่ง สื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอน นอกจากนี้สื่อเทคโนโลยี ยังหมายรวมถึงกระบวนการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการเรียนรู้ เช่น การใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการเรียนรู้ การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม เป็นต้น







3. สื่ออื่น ๆ 

       กเหนือจากสื่อ 2 ประเภทที่กล่าวไปแล้ว ยังมีสื่ออื่น ๆ ที่ส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน ซึ่งมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อเทคโนโลยี สื่อที่กล่าวนี้ ได้แก่ 




3.1 บุคคล 





หมายถึง บุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ ซึ่งสามารถถ่ายทอด สาระความรู้ แนวคิดและ ประสบการณ์ไปสู่บุคคลอื่น เช่น บุคลากรในท้องถิ่น แพทย์ ตำรวจ นักธุรกิจ เป็นต้น 



3.2 ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 





หมายถึง สิ่งมีอยู่ตามธรรมชาติและสภาพแวดล้อมตัวผู้เรียน เช่น พืชผักผลไม้ ปรากฏการณ์ ห้องปฏิบัติการ เป็นต้น



3.3 กิจกรรม / กระบวนการ 





หมายถึง กิจกรรมหรือกระบวนการที่ผู้สอนและผู้เรียนกำหนดขึ้นเพื่อสร้างเสริมประสบการณ์การเรียนรู้ ใช้ในการฝึกทักษะซึ่งต้องใช้กระบวนการคิด การปฏิบัติ การเผชิญสถานการณ์และ การประยุกต์ความรู้ของผู้เรียน เช่น บทบาทสมมติ การสาธิต การจัดนิทรรศการ การทำโครงงาน เกม เพลง เป็นต้น 




3.4 วัสดุ เครื่องมือและอุปกรณ์ 




หมายถึง วัสดุที่ประดิษฐ์ขึ้นใช้เพื่อประกอบการเรียนรู้ เช่น หุ่มจำลอง แผนภูมิ แผนที่ ตาราง สถิติ รวมถึงสื่อประเภทเครื่องมือและอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ในการปฏิบัติงานต่าง ๆ เช่น อุปกรณ์ทดลองวิทยาศาสตร์ เครื่องมือช่าง เป็นต้น








แหล่งอ้างอิง

http://www.st.ac.th/av/media_kind.htm




วันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา

  

  โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษาเป็นอย่างไร?

       ลักษณะเด่นของโครงงานประเภทนี้ คือ เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการผลิตสื่อเพื่อการศึกษา โดยการสร้างโปรแกรมบทเรียนหรือหน่วยการเรียน ซึ่งอาจจะต้องมีภาคแบบฝึกหัด บททบทวน และคำถามคำตอบไว้พร้อม ผู้เรียนสามารถเรียนแบบรายบุคคลหรือรายกลุ่มการสอน โดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอนนี้ ถือว่าคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์การสอน ซึ่งอาจเป็นการพัฒนาบทเรียนแบบออนไลน์ ให้ผู้เรียนเข้ามาศึกษาด้วยตนเองก็ได้ โครงงาน ประเภทนี้สามารถพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ประกอบการสอนในวิชาต่างๆ โดยผู้เรียนอาจคัดเลือกเนื้อหาที่เข้าใจยาก มาเป็นหัวข้อในการพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา ตัวอย่างโครงงาน เช่น การเคลื่อนที่แบบโปรเจ็กไตล์ ระบบสุริยจักรวาล  ตัวแปรต่างๆ ที่มีผลต่อการชำกิ่งกุหลาบ หลักภาษาไทย  และสถานที่สำคัญของประเทศไทย เป็นต้น

  ตัวอย่างโครงงาน


"โครงงาน
การพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษาผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เรื่อง โรคความอ้วน"  
 
 
บทคัดย่อ
     ''โรคความอ้วน''นี้เป็นโครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา (Education Media Development)ลักษณะเด่นของโครงงานประเภทนี้ คือ เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการผลิตสื่อเพื่อการศึกษา ซึ่งผู้จัดทำจะใช้เว็บไซต์ในการผลิตสื่อเพื่อการศึกษาเรื่อง โรคความอ้วน เป็นเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาหลากหลาย โดยสามารถใช้เป็นเครื่องมือสื่อสาร การประกาศข่าวสาร การแสดงความคิดเห็น การเผยแพร่ผลงาน ในหลายด้านไม่ว่า อาหาร การเมือง เทคโนโลยี หรือข่าวปัจจุบัน

บทนำ
1.           
                แนวคิดที่มาของโครงงาน
                     เทคโนโลยีทางการสื่อสาร เทคโนโลยีทางด้านคอมพิวเตอร์ ในปัจจุบัน เริ่มมีบทบาทในการดำเนินชีวิตของมนุษย์ และมีส่วนช่วยสนับสนุนสื่อทางด้านการศึกษาอีกด้วยโดยสื่อสมัยใหม่นิยมเป็น สื่อการเรียนผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต เพราะ สะดวกรวดเร็วและเข้าถึงได้ง่าย
          โรคอ้วนจัดเป็นปัญหาหลักทางสาธารณสุขที่พบมากขึ้น โดยเฉพาะในประเทศไทยพบว่าคนที่อยู่ในเมืองที่มีอาหารการกินอุดมสมบูรณ์มีปัญหาเกี่ยวกับโรคอ้วน อีกทั้งยังมีปัญหาการเจ็บป่วยต่าง ๆ มากมายสืบเนื่องมาจากโรคอ้วน มีคนจำนวนมากที่เข้าใจผิดว่าการมีไขมันส่วนเกินเพียงเล็กน้อยที่หน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา ก็ถือว่า "อ้วน" ซึ่งถือว่าเป็นความเข้าใจผิดอย่างยิ่งเนื่องจากคำว่า "อ้วน" ในความหมายของคนทั่วไป กับความหมายทางวิชาการมีความแตกต่างกัน  เราควรที่จะมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหาหรือมีความคิดวิตกกังวลว่าตนเอง "อ้วน"
           ดังนั้นกลุ่มของข้าพเจ้าจึงคิดทำโครงงานเกี่ยวกับการพัฒนาสื่อทางการศึกษาเรื่อง ''โรคความอ้วน''โดยได้รวบรวมข้อมูล เนื้อหาความรู้เกี่ยวกับโรคความอ้วนและจัดทำเป็นเว็บบล็อก   เพื่อเป็นประโยชน์กับบุคคลที่สนใจและรักสุขภาพ
ของตนเอง
2.              วัตถุประสงค์
2.1 เพื่อศึกษาและพัฒนาเว็บบล็อก เรื่อง โรคความอ้วน
2.2 เพื่อเป็นสื่อทางการศึกษาผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
2.3 เพื่อเป็นประโยชน์กับบุคคลที่สนใจทั่วไป               

3.              ขอบเขตของโครงงาน
3.1      ศึกษาสาเหตุการเกิดโรคความอ้วน
3.2      ศึกษาพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อโรคความอ้วน
3.3      เพื่อศึกษาโรคที่มาพร้อมกับโรคความอ้วน
3.4      ศึกษาวิธีการป้องกัน และรักษาการเกิดโรคความอ้วน

4.              วิธีการดำเนินงาน
4.1      กำหนดปัญหา เพื่อที่จะศึกษาโรคความอ้วน
4.2      ขอคำแนะนำจากครูที่ปรึกษาโครงงาน
4.3      ประชุมกลุ่มแบ่งหน้าที่การหาข้อมูล
4.4       ประชุมการวางแผนเบื้องต้น
4.5      ลงมือปฏิบัติงานตามแผนที่วางไว้
4.6      รวบรวมข้อมูล
4.7      ประเมินผลการศึกษา
5. ระยะเวลาในการดำเนินงาน
             การดำเนินงานครั้งนี้ใช้ระยะเวลาตั้งแต่วันที่  พฤศจิกายน พ.. 2556  ถึง 25  ธันวาคม  พ.. 2556
6.  ประโยชน์ที่ได้รับ
1.ได้ทราบสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคความอ้วน
2. ได้ทราบวิธีการป้องกันการเกิดโรคความอ้วน เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติตนที่ถูกต้องต่อไป
3. ได้สื่อทางการศึกษาผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับโรคความอ้วน